สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรค์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรคฺ์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***ประชาสัมพันธ์ข่าวสารส่งมาได้ที่ kk.udomsuk@gmail.com

กลุ่มไทยออยล์จัดประชุมชี้แจงมาตรการการขนส่งชิ้นส่วนโครงสร้างและอุปกรณ์ เข้าพื้นที่ก่อสร้างโครงการพลังงานสะอาด

 

วันนี้ (4 มี.ค. 64) กลุ่มไทยออยล์ได้จัดประชุมร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสื่อสารข้อมูลการเตรียมการขนส่งชิ้นส่วนโครงสร้างและอุปกรณ์เข้ามาในพื้นที่โครงการพลังงานสะอาด (CFP) พร้อมทั้งชี้แจงข้อมูลมาตรการที่เข้มข้นในการลดผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนในพื้นที่ ทั้งในด้านความปลอดภัย และด้านสิ่งแวดล้อมทั้งทางบกและทางทะเล 

ตามที่กลุ่มไทยออยล์ได้ดำเนินโครงการพลังงานสะอาด หรือ Clean Fuel Project (CFP) เพื่อขยายกำลังการกลั่นจาก 275,000 บาร์เรลต่อวัน เป็น 400,000 บาร์เรลต่อวัน รวมถึงผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐานยูโร 5 อีกทั้งยังเป็นโครงการที่สนับสนุนนโยบายของภาครัฐในการยกระดับเศรษฐกิจของภูมิภาคตามโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งล่าสุดโครงการดังกล่าวได้เข้าสู่ขั้นตอนการขนส่งชิ้นส่วนโครงสร้างและอุปกรณ์เข้ามาในพื้นที่โครงการฯ โดยกลุ่มไทยออยล์ได้จัดประชุมร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงข้อมูลการขนส่งดังกล่าว รวมทั้งข้อมูลมาตรการต่างๆ เพื่อลดผลกระทบสู่ประชาชนในพื้นที่ 

คุณเลอเลิศ อมรสังข์ ผู้จัดการประชาสัมพันธ์โรงกลั่น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ชี้แจงในที่ประชุมว่า โครงการพลังงานสะอาดจะใช้เวลาขนส่งชิ้นส่วนโครงสร้างและอุปกรณ์ต่างๆ โดยรวมประมาณ 2 ปี ทั้งทางบกและทางทะเล โดยทางกลุ่มไทยออยล์ได้ตระหนักถึงผลกระทบระหว่างการขนส่งนี้ ดังนั้น เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนและชุมชนในพื้นที่ กลุ่มไทยออยล์ได้กำหนดมาตรการอย่างเข้มข้นเพื่อป้องกันผลกระทบจากการขนส่งดังกล่าว ได้แก่ การประกอบโครงสร้างหรืออุปกรณ์มาจากต้นทางหรือโรงงานผู้ผลิต เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเกิดขึ้น พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการขนส่งในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยจะใช้ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละเส้นทาง และสื่อสารไปยังผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งอย่างรอบด้าน 

นอกจากนี้ กลุ่มไทยออยล์ยังได้กำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมของการขนส่งทางทะเล โดยได้ประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการช่วยกำกับดูแลเส้นทางเข้า-ออกของเรือขนส่ง และใช้ผู้รับจ้างที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการขนส่งทางทะเล ปฏิบัติงานตามมาตรฐานสากลในการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ทางทะเล และมีประสบการณ์เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ รวมถึงกำหนดให้มีการควบคุมผลกระทบการจราจรทางทะเล โดยการแจ้งตารางการขนส่งให้แก่พี่น้องในชุมชนที่อยู่ใกล้เส้นทางขนส่ง กลุ่มประมงพื้นบ้าน และผู้ประกอบการธุรกิจเรือที่อยู่ใกล้กับท่าเรืออ่าวอุดมทราบล่วงหน้าทุกครั้ง และลำดับสุดท้าย ขอความร่วมมือพี่น้องสื่อมวลชนและทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ เป็นสื่อกลางในการสื่อสารข้อมูลไปยังประชาชนในพื้นที่ ในกรณีที่มีประเด็นข้อสงสัยต่างๆ สามารถสอบถามได้มายังเจ้าหน้าที่กลุ่มไทยออยล์ที่เกี่ยวข้องได้ตลอดเวลา