สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรค์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรคฺ์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***ประชาสัมพันธ์ข่าวสารส่งมาได้ที่ kk.udomsuk@gmail.com

ผลประกอบการ ทลฉ. ปี 60 โต ส่วนแผนก่อสร้างท่าเรือเฟส 3 คืบ


ผลประกอบการ ทลฉ. ปี 60 เติบโตตามเป้าที่ 4% โดยมียอดการขนถ่ายตู้สินค้าผ่าท่ารวม 7.67 ล้านทีอียู สูงกว่าปีก่อน 6 แสนทีอียู พร้อมเดินหน้าเพิ่มยอดตู้สินค้าถ่ายลำและตู้สินค้าผ่านแดน ภายใต้จุดแข็งการเป็นท่าเรือต้นทางและท่าเรือปลายทาง ที่มีข้อได้เปรียบด้านยุทธศาสตร์ที่ตั้ง ส่วนความคืบหน้าการผลักดันโครงการก่อสร้างท่าเรือฯ เฟส 3 เป็นไปตามนโยบายนายกรัฐมนตรี 

วันนี้ ( 8 พ.ย.60 ) นายชุนณ์ลพัทธ์ ศรีภาเพลิน ผู้ช่วยผู้อานวยการ กองบริหารงานทั่วไป ท่าเรือแหลมฉบัง เผยถึงผลการดำเนินงานของท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ในปีงบประมาณ 2560 ( ต.ค.2559 – ก.ย.2560 ) ว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ คือมีอัตราการเติบโตโดยรวมอยู่ที่ 4% และมีปริมาณตู้สินค้าขนถ่ายผ่านท่าที่  7.67 ล้านทีอียู เติบโตจากปีก่อนที่มีจำนวนตู้สินค้า 7.06 ล้านทีอียู อยู่ที่กว่า 6 แสนทีอียู เช่นเดียวกับจำนวนเรือเทียบท่า ทั้งเรือตู้สินค้า, เรือสินค้าทั่วไป, เรือ RO-RO, เรือสินค้าเทกอง, เรือโดยสาร, เรือลำเลียง และเรืออื่นๆ ที่มีจำนวน 13,461 เที่ยว เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีจำนวน 12,607 เที่ยว โดยมีปัจจัยเสริมจากความเชื่อมั่นในการบริหารงานและการให้บริการของท่าเรือแหลมฉบัง รวมทั้งการใช้เครื่องมือขนถ่ายสินค้าที่ทันสมัยของผู้บริหารท่าเทียบเรือต่างๆ 

เช่นเดียวกับโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือแหลมฉบัง ที่มีศักยภาพไม่ว่าจะเป็นโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟสแรก ที่สามารถรองรับเรือสินค้าขนาด 50,000 เดทเวทตัน ในระดับน้ำลึก14 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 2 ที่สามารถรองรับเรือสินค้าขนาด 80,000 เดทเวทตันในระดับน้ำลึก 16 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ที่ขณะนี้ขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าใกล้เต็มประสิทธิภาพ ถือว่ามาจากการยอมรับจากสายการเดินเรือและผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทั่วโลก
ขณะที่การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ได้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียรอบท่าเรือแหลมฉบัง ทั้ง 3 ครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายใต้การดำเนินงานตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เน้นย้ำเรื่องการดูแลและเยียวยาให้ชุมชนต่างๆ ที่อยู่โดยรอบสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข 

“ท่าเรือแหลมฉบัง มีความพร้อมในการเป็นประตูขนถ่ายสินค้าระดับภูมิภาคอาเซียน แต่การพัฒนาท่าเรือฯ จะประสบความสำเร็จได้ ต้องมีองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งการสนับสนุนจากรัฐบาล ชุมชนและผู้ประกอบการ และแม้ในปีนี้การขนถ่ายรถยนต์ผ่านท่าฯ จะมีตัวเลขลดลงจากเดิมในปี 2559 ที่จำนวน 1.26 ล้านคัน เหลือ 1.21 ล้านคันในปี 2560 ก็อาจมาจากการลดกำลังผลิตหรือตัวเลขส่งออกของผู้ประกอบการ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับเรือโดยสาร ที่ในปีนี้มีผู้โดยสารถึง 2.43 แสนคน จากที่ปีก่อนมีประมาณ 2.28 แสนคน” 

นายชุนณ์ลภัทธ์ ยังเผยว่าอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญในการดำเนินงาน ปี 2561 ก็คือการเพิ่มจำนวนตู้สินค้าถ่ายลำ และสินค้าผ่านแดนให้มากขึ้น ภายใต้จุดแข็งการเป็นท่าเรือต้นทาง และท่าเรือปลายทาง หรือ Origin Destination ที่ ณ วันนี้ท่าเรือแหลมฉบังมีลูกค้าอยู่หลายราย เพียงแต่ต้องแก้ปัญหาเรื่องข้อมูลที่ต้องประสานงานกันระหว่างหลายหน่วยงานต่างๆ อาทิ ศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง, ผู้บริหารท่า, ท่าเรือแหลมฉบังฯลฯ เพื่อสร้างระบบการรวบรวมข้อมูลทุกด้านให้มาอยู่ ณ จุดเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ 

และเชื่อว่าในปี 2561 ท่าเรือแหลมฉบัง จะมีรายได้จากการให้บริการตู้สินค้าถ่ายลำเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2560 ที่มีจำนวนตู้สินค้าถ่ายลำขาเข้า ประมาณ 4.29 หมื่นทีอียู และขาออกที่ 4.2 หมื่นทีอียู เช่นเดียวกับสัดส่วนตู้สินค้าผ่านแดน ที่ลูกค้าเริ่มหันมาใช้บริการมากขึ้น จากปัจจัยบวกเรื่องอัตราค่าบริการที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับท่าเรืออื่นๆ ทั่วโลก