สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรค์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรคฺ์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***ประชาสัมพันธ์ข่าวสารส่งมาได้ที่ kk.udomsuk@gmail.com

ชาวศรีราชาแห่กราบไหว้สรีระสังขารหลวงพ่อทองอดีตเจ้าอาวาสวัดรังษีสุทธาวาส หลังมรณภาพ 2 ปีศพไม่เน่าเปื่อย ตะลึงผมและเล็บยังยาวเป็นปกติ


ที่ศาลาการเปรียญหลังเก่าวัดรังษีสุทธาวาส อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ชาวบ้านแห่เข้ากราบไหว้ศพหลวงพ่อทอง หรือ พระครูสุทธิคุณรังษี เจ้าอาวาสวัดรังสีสุทธาวาส หรือวัดไร่กล้วย ที่มรณภาพไปตั้งแต่เมื่อวันที่21สิงหาคม58สิริอายุ 94ปี ศิษย์ยานุศิษย์ หลวงพ่อทอง ได้มีการทำความสะอาดร่างกายของหลวงพ่อทองและเปลี่ยนสบงจีวรให้ใหม่ พร้อมนำสรีระสังขารไปบรรจุไว้ในโลงใหม่ ซึ่งร่างกายของหลวงพ่อนั้นไม่เน่าเปื่อย แค่ผิวหนังแห้งและมีสีคล้ำเล็กน้อยเท่านั้น อีกทั้งผมและเล็บก็ยาวออกมาปกติ ทางวัดโดยพระครูมธุรสธรรมภาณ เจ้าอาวาสวัดรังษีสุทธาวาส  องค์ปัจจุบัน ได้ทำการเคลื่อนสรีระสังขารหลวงพ่อทองจากศาลาเปรียญหลังเก่า ไปตั้งยังศาลาการเปรียญหลังใหม่ ซึ่งหลวงพ่อทอง ท่านได้ดำเนินการก่อสร้างแต่ยังไม่เสร็จท่านมรณภาพเสียก่อน พระครูมธุรสธรรมภาณ เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันได้ดำเนินการสานต่อจนการก่อสร้างแล้วเสร็จ และตั้งชื่อศาลาว่าศาลาสุทธิคุณรังสี ซึ่งจัดให้มีพิธีทำบุญเลี้ยงพระจำนวน 109 รูปในวันครบปีที่หลวงพ่อทองมรณภาพ และเคลื่อนสรีระสังขารหลวงพ่อทองมาไว้บนศาลาสุทธิคุณรังสี เพื่อให้ประชาชนที่ศรัทธาได้กราบไหว้อย่างใกล้ชิดโดยมี ด็อกเตอร์ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และพระพรหมดิลก เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร  กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  โดยมีคณะศิษย์ยานุศิษย์และชาวบ้านอำเภอศรีราชาที่ทราบข่าวว่าศพหลวงพ่อทองไม่เน่าไม่เปื่อย ต่างเดินทางมาร่วมงานและร่วมสักการะสรีระที่ไม่เน่าเปื่อยกันเป็นจำนวนมาก 

พระครูสุทธิคุณรังษี หลวงปู่ทอง ปญญาทีโป”  ท่านเกิดเมื่อวันที่ พฤษภาคม พ.ศ.2465 ปีจอ  บิดาชื่อ นายสี ก้านบัว มารดาชื่อ นางไผ่ ก้านบัว ท่านเป็นชาวอำเภอพนัสนิคม ต.หนองปรือ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี มีพี่น้องร่วมบิดามารดาทั้งหมด คนหลวงปู่เป็นบุตรคนที่ ในช่วงชีวิตที่ท่านครองเพศฆราวาสนั้นได้ช่วยบิดา-มารดาประกอบสัมมาอาชีวะตามประสาสุจริตชนทั่วไป  จากนั้นจึงได้เข้าสมัครรับราชการทหารเป็นเวลากว่า ปี ภายหลังที่ท่านใช้ชีวิตเยี่ยงฆราวาสมาอย่างโชกโชนแล้ว  หลวงปู่ท่านจึงคิดจะบวชเพื่อแสวงหาสัจธรรมและตอนแทนพระคุณบุพการี  ท่านจึงตัดสินใจเข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุในบวรพุทธศาสนา  เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 ณ พัธสีมา วัดเนินสังข์สกฤษฏาราม ตำบลวัดหลวง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี โดยมีพระอุปัชฌาย์ คือ พระครูเจียม วัดหลวงพรหมาวาส พระกรรมวาจาจารย์ คือพระมหาเที่ยง วัดกลางทุมมาวาส พระอนุสาวนาจารย์ คือพระอธิการเอียง วัดไร่หลักทอง ได้รับยาว่า ปัญญาทีโป” แปลว่า ผู้มีปัญญาดุจแสงสว่างแห่งดวงประทีป ในการสร้างวัดไร่กล้วยนั้นครั้งแรกเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2488 ก่อนหลวงปู่ทองบรรพชา 1 พรรษาชาวบ้านได้นิมนต์อาจารย์มานิตย์ (พระพี่ชายของหลวงปู่ทอง) มาเป็นเจ้าอาวาส เพื่อมาร่วมสร้างวัดในหมู่บ้านไร่กล้วยด้วยกัน และในปีต่อมาหลวงปู่ทอง ปญญาทีโป ท่านจึงได้อุปสมบทที่อำเภอพนัสนิคม และหลังจากนั้นได้ติดตามพระพี่ชายมาช่วยสร้างวัดไร่กล้วย โดยร่วมกับชาวบ้านอีกแรงหนึ่ง จนในปี พ.ศ.2491 จึงได้สร้างโบสถ์ไม้สำเร็จเป็นหลังแรก จวบจน พ.ศ.2494 ท่านอาจารย์นิด ได้ลาสิกขาบทไป คงเหลือไว้แต่หลวงปู่ทอง จึงเป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาส ด้วยหลวงปู่ทองเป็นพระที่มีความเมตตาต่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก จนเป็นที่เลื่องลือ เลื่อมใส จึงเกิดศรัทธาจากชาวบ้านในบริเวณนั้น และยังแผ่บารมี คุณธรรม ออกไปยังบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ว่าจะตกทุกข์ได้ยาก ลำบากแค่ไหนเดินทางมาหาหลวงปู่ทอง ท่านก็จะมีเมตตาต่อผู้มาพบท่านอยู่เสมอมิได้ขาด  ไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไร ท่านก็ให้การช่วยเหลือมาตลอด จนในปี พ.ศ.2496 หลวงปู่ทองจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส สร้างความปิติให้กับลูกศิษย์และชาวบ้านโดยทั่วไป 

หลังจากนั้นในปี พ.ศ.2498 หลวงปู่ทองได้สร้างโรงเรียนวัดไร่กล้วย ให้กับชาวบ้านใช้ในการศึกษาเล่าเรียนของบุตรหลาน หลังจากนั้นในปี พ.ศ.2501 ชาวบ้านก็ได้ช่วยหลวงปู่ทองสร้างศาลาการเปรียญไม้จนสำเร็จ ในปี พ.ศ.2504 ในปี  พ.ศ.2516 หลวงปู่ทอง ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฏร์ชั้นตรี ราชทินนามที่ พระครูสุทธิคุณรังษี ในปี พ.ศ.2522ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฏร์ชั้นโท ในปี พ.ศ.2530ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฏร์ชั้นเอก ในปี พ.ศ.2555 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นเทียบผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก  หลังจากนั้น หลวงปู่ทอง ก็เริ่มมีอาการอาพาธเป็นโรคปอดติดเชื้อ  ต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ  จวบจนวันที่ 22 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2558  เวลาประมาณ 11.10  น. หลวงปู่ทอง ปัญญาทีโป ได้ถึงแก่มรณภาพ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ด้วยอาการปอดติดเชื้อ สิริอายุ 94  ปี 68 พรรษา การมรณภาพของหลวงปู่นำมาซี่งความโศกเศร้าเสียใจแก่ศิษยานุศิษย์เป็นอย่างมาก