สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรค์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรคฺ์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***ประชาสัมพันธ์ข่าวสารส่งมาได้ที่ kk.udomsuk@gmail.com

นายกฯมั่นใจ EEC จะเปลี่ยนประเทศไทศให้ร่ำรวยขึ้น


นายกฯมั่นใจ EEC จะเปลี่ยนประเทศไทยให้รำรวยขึ้น พร้อม ย้ำประชาชนต้องปรับตัวเพื่อรับกับการเปลี่ยน เผยนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ พอใจกับการแผนพัฒนาฯ ลงร่วมลงทุนในประเทศ

วันนี้ (5 เม.ย.) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะเดินทางไปประชุมคณะกรรมการนโยบาย การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และเยี่ยมชมพื้นที่โครงการ ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ภายในพื้นที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา และเป็นประธานสักขีพยาน ในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ ระหว่างกองทัพเรือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ สถาบันการบินพลเรือน ณ อาคารที่พักผู้โดยสารหมายเลข 2 ท่าอากาศยานอู่ตะเภา การท่าอากาศยานอู่ตะเภา กองทัพเรือ อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง โดยมีพลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยคณะนายทหารระดับสูง ของกองทัพเรือให้การต้อนรับ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ครั้งที่ 1/2560 โดยมี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี แล้วหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม โดยก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรี และคณะได้เยี่ยมชมพื้นที่โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ในสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จะใช้เป็นทางวิ่งหมายเลข 2 ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ศูนย์ขนส่งสินค้าทางอากาศ และโลจิสติกส์ และศูนย์ฝึกอบรมด้านการบิน และอวกาศ 

โดยมี พลเรือเอก ทวีชัย คุณอนันต์ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนนโยบายรัฐบาล และพลเรือตรี วรพลทองปรีชา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานอู่ตะเภา กองทัพเรือ กล่าวบรรยายภาพรวมของโครงการ จากนั้น นายกรัฐมนตรี เป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ ระหว่างกองทัพเรือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และสถาบันการบินพลเรือน รวมทั้งสิ้น 3 ฉบับ โดยมีผู้บริหารจากทั้ง 3 หน่วยงานร่วมลงนาม ประกอบด้วย พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด  (มหาชน) และ พลเรือตรี ปิยะ อาจมงคุณ ผู้ว่าการสถาบันการพลเรือน

พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า กองทัพเรือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และสถาบันการบินพลเรือน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ในอันที่จะเร่งผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ บริเวณพื้นที่ภายในสนามบินอู่ตะเภา เพื่อรองรับและพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Special Eastern Economic Corridor) ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สามารถสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เพิ่มการจ้างงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ของประชาชน และเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ตามแนวทางประเทศไทย 4.0 ให้บรรลุตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลโดยเร็ว

ดังนั้นเพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นที่จะร่วมการพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน และโลจิสติกส์ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็ง และเติบโตได้อย่างมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนตลอดไป ทั้ง 3 ฝ่ายจึงเห็นพ้องร่วมกันให้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือขึ้น รวม 3 ฉบับ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้


บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ระยะที่ 1 ระหว่างกองทัพเรือ และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการประสานความร่วมมือ ในการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงอากาศยาน ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีการซ่อมบำรุงอากาศยานที่มีความทันสมัย และได้มาตรฐานสากล (Smart Hanger) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความปลอดภัย สามารถให้การบริการซ่อมบำรุงอากาศยานทุกระดับและหลากหลายประเภท

บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาศูนย์ขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ ระยะที่ 1 ระหว่างกองทัพเรือ และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการประสานความร่วมมือในการผลักดันให้มีการพัฒนาและยกระดับสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV ที่มีความทันสมัยและได้มาตรฐานสากล รวมถึงการจัดให้มีคลังสินค้าในลักษณะเขตปลอดอากร (Cargo Free Zone) โดยมีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีคลังสินค้าอัจฉริยะ (Smart Warehouse) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัย สามารถให้บริการคลังสินค้าที่มีการเชื่อมต่อระบบโลจิสติกส์แบบครบวงจร ด้วยความรวดเร็วและตรงเวลา

บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินและอวกาศ ระหว่างกองทัพเรือและสถาบันการบินพลเรือน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการประสานความร่วมมือในการผลักดันให้มีการพัฒนาศักยภาพสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศในการผลิตบุคลากรด้านการบินและอวกาศของภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกที่ได้รับการรับรองคุณภาพและมาตรฐานจากองค์กรควบคุมการบินต่างๆ มีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการฝึกอบรมที่ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัย สามารถผลิตบุคลากรด้านการบินและอวกาศให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐานสากลและมีจำนวนเพียงพอสำหรับการรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ของประเทศไทยและภูมิภาคในอนาคต โดยเฉพาะธุรกิจการซ่อมบำรุงและการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน

สำหรับขอบเขตของความร่วมมือ ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านการบินและโลจิสติกส์ของไทย การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง และเกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมการบิน รวมทั้งการประสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่มีศักยภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วย