สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรค์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรคฺ์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***ประชาสัมพันธ์ข่าวสารส่งมาได้ที่ kk.udomsuk@gmail.com

ชลบุรี จัดงานวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์



วันพุธที่ 6 เมษายน 2560 จังหวัดชลบุรี จัดงานวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ ณ ศาลาเฉลิมพระเกียรติฯ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยมีนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี

เนื่องในวโรกาสวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ ได้เวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่ง จากเหตุกาลครั้งนั้น บรรดาพสกนิกรชาวไทยทั้งหลาย ได้พร้อมกันอัญเชิญสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกขึ้นเป็นกษัตริย์ เถลิงสิริราชสมบัติครองกรุงสยาม ทรงพระนามว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมบรมกษัตริย์แห่งพระราชวงศ์จักรี ซึ่งตรงกับวันที่ 6 เมษายน พุทธศักราช 2325 

นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ศาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ พ่อค้าประชาชน ร่วมพิธีวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ ซึ่งได้จัดถวายพานพุ่มดอกไม้สดต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ พร้อมกล่าวคำอาศิรวาทราชสดุดี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ อันประสาทประสิทธิ์นานาประโยชน์เป็นเอนกอนันต์ต่อชาติบ้านเมือง กรุงรัตนโกสินทร์จึงได้จำเริญรุ่งเรืองสืบมาจนปัจจุบัน พระองค์ได้ทรงขจัดความทุกข์โศก ระส่ำระสาย ของปวงทวยราษฎร์ พร้อมทั้งทรงมีพระราชปณิธานจะสร้างสรรค์ความเจริญมั่นคงให้แก่ชาติและชาวสยาม ทรงตรากตรำพระวรกาย ปราบศึกศัตรูหมู่อมิตรทั้งหลายจนสิ้น นำมาซึ่งความสงบสุขในแผ่นดินเป็นลำดับมา พระองค์จึงทรงเป็นพระมิ่งขวัญของปวงประชามิเสื่อมคลาย ครั้นบรรลุได้พระพุทธศักราช 2525 เหล่าพสกนิกรซึ่งประจักษ์และซาบซึ่งในพระเมตตา พระกรุณาธิคุณของพระองค์ จึงได้พร้อมใจกันเป็นที่มั่นคงถวายพระราชสมัญญาว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช องค์ปฐมบรมกษัตริย์แห่งพระราชวงศ์จักรี และได้พากันมากระทำพิธีเทิดพระเกียรติขึ้นในวันนี้ 

กรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีอายุบรรจบครบ 235 ปี อย่างบริบูรณ์ ที่ผ่านมาก็ล้วนแต่มีความจำเริญเพิ่มพูน และประชาชนชาวไทยได้มาสู่ยุคปัจจุบัน นับเป็นรัชกาลแห่งจักรีบรมราชวงศ์ พระองค์ที่9 คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ซึ่งในวันเสด็จขึ้นครองราชย์ เพื่อทรงเป็นองค์พระประมุขแห่งประเทศ ได้ทรงประกาศพระปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ได้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าพระราชกรณียกิจทั้งปวงของพระองค์ เจริญตามพระราชปณิธานนั้น เป็นลำดับมาด้วยพระวิริยะ พระอุตสาหะ อันแก่กล้าตลอดเวลาหลายปี แทนจะไม่มีแห่งหนใด ใกล้หรือไกล ทุรกันดาร หรือเป็นยานเสี่ยงภัยน้อยหรือมากอย่างไร ที่พระองค์จะเสร็จพระราชดำเนินไปไม่ถึง ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างซาบซึ่งในพระมหากรุณาธิคุณจนสุดจะพรรณา และพร้อมใจกันถวายพระราชสมัญญานามเป็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เมื่อปีพุทธศักราช 2531 

และบัดนี้ประชาชาชนชาวไทยได้มาสู่ยุคปัจจุบัน รัชกาลที่ 10 แห่งจักรีบรมราชวงศ์ คือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร กาลเวลาผ่านมาได้เป็นประจักษ์ว่า ตลอดระยะเวลานับแต่ยังทรงพระเยาว์ตราบจนปัจจุบัน พระองค์ได้ทรงยึดมั่นในพระปฏิญญา ทรงพระวิริยะอุตสาหะมุ่งมั่นปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประเทศชาติและประชาชนขาวไทยโดยมิได้ย่อท้อ ดังปรากฏว่าพระองค์ได้ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ นานัปการ ทั้งที่ทรงปฏิบัติแทนพระองค์ฯ และทรงปฏิบัติในส่วนพระองค์เอง พระราชกรณียกจิทั้งปวง ล้วนมีการสร้างสรรค์ความผาสุกสงบแก่ประชาชน นำความเจริญไพบูลย์และความมั่งคงมาสู่ประเทศ เช่น ด้านการแพทย์และสาธารณสุข การศึกษา การศาล การสังคมสงเคราะห์ การพระศาสนา และการต่างประเทศ เป็นต้น