สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรค์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรคฺ์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***ประชาสัมพันธ์ข่าวสารส่งมาได้ที่ kk.udomsuk@gmail.com

ท่าเรือแหลมฉบัง เปิดใช้ท่าเรือชายฝั่ง ท่าเทียบเรือ A เพื่อเป็นการสนับสนุนการขนส่งทางลำน้ำระหว่าง ท่าเรือกรุงเทพ และ ท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมเฝ้าระวังประเทศกลุ่มเสี่ยงไม่ให้เรือเข้าเทียบท่าจาก 4 ประเทศ เป็น 18 ประเทศ ป้องกันไวรัสโควิด-19


ท่าเรือแหลมฉบัง เปิดใช้ท่าเรือชายฝั่ง ท่าเทียบเรือ A เพื่อเป็นการสนับสนุนการขนส่งทางลำน้ำระหว่าง ท่าเรือกรุงเทพ และ ท่าเรือแหลมฉบัง ลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งของประเทศ ด้าน รมช.เผย ให้ความสำคัญในการเฝ้าระวังเรือสินค้าที่จะเข้าเทียบท่ามาก พร้อมเพิ่มจำนวนประเทศกลุ่มเสี่ยงไม่ให้เรือเข้าเทียบท่าจาก 4 ประเทศ เป็น 18 ประเทศ ป้องกันไวรัสโควิด-19 

วันนี้ (13 มี.ค.63) ดร.อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) พร้อมด้วย ร.ต.ต.มนตรี ฤกษ์จำเนียร รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย, เรือโท ยุทธนา โมกขาว ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง และนายบัณฑิต สาครวิศวะ รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง 

เรือโทยุทธนา โมกขาว ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เผยถึงโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) ที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อเป็นการพัฒนาเส้นทางการเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งกับท่าเรือแหลมฉบัง สนองตอบนโยบายรัฐบาล ในการพัฒนาการขนส่งทางน้ำและกิจการพาณิชยนาวี ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณการขนส่งทางรางและทางน้ำ และยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการบริการให้ทัดเทียมกับท่าเรือชั้นนำในภูมิภาค 

นอกจากนี้ยังสนับสนุนนโยบายสำคัญในการปรับเปลี่ยนรูปแบบขนส่ง (Shift Mode) จากทางถนนเป็นทางรางและทางลำน้ำ เพื่อเป็นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์โดยรวมของประเทศ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ ลดปัญหาด้านการจราจร ลดการใช้พลังงาน อีกทั้งส่งเสริมการขนส่งทางเรือชายฝั่งให้เป็นรูปธรรม และสนับสนุนการขนส่งสินค้าระหว่าง ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือกรุงเทพ รวมถึงการขนส่งสินค้าทางลำน้ำของเอกชน และท่าเรือขนส่งสินค้าชายฝั่งทะเลอ่าวไทยบริเวณพื้นที่ฐานการผลิตที่สำคัญในภาคใต้ เช่น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี กับ ท่าเรือแหลมฉบัง 

ท่าเทียบเรือ A มีหน้าท่าเป็นรูปตัว L มีความยาวหน้าท่าที่ 125 เมตร และ 120 เมตร มีความลึกหน้าท่า 10 เมตร มีขีดความสามารถรองรับเรือชายฝั่งขนาดระวางบรรทุก 3,000 DWT ขนส่งตู้สินค้าได้คราวละ 200 DWT และขนาดระวางบรรทุก 1,000 DWT ขนส่งตู้สินค้าได้คราวละ 100 DWT ได้พร้อมกันในเวลาเดียวกัน มีความสะดวกและปลอดภัย รวมทั้งสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่หน้าท่าและหลังท่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้มีการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องมือทุ่นแรง เช่น ปั้นจั่นหน้าท่าชนิดเดินบนราง (Rail Mounted Gantry Crane : RMG) และปั้นจั่นเรียงตู้สินค้าในลาน (Mobile Harbor Crane) อย่างละ 1 ตัว 

พร้อมทั้งรถคานเคลื่อนที่ล้อยาง (Rubber Tyred Gantry Crane : RTG) จำนวน 2 คัน เพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับตู้สินค้าได้ 300,000 TEU ต่อปี เพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 10% ซึ่งปัจจุบันปริมาณตู้สินค้าขนส่งทางเรือชายฝั่งที่ท่าเรือแหลมฉบัง มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารจัดการสนับสนุนการดำเนินงาน ประกอบด้วย ระบบบริหารจัดการตู้สินค้า และระบบบริหารจัดการลานวางตู้สินค้า ระบบจัดการประตูเข้าออก ระบบบริหารการทำงานเครื่องมือทุ่นแรง เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ 

ขณะที่ ดร.อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจ ที่โครงการนี้ เป็นโครงการที่อานวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการขนส่งสินค้าโดยเรือชายฝั่งที่มาใช้บริการ ที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา ท่าเรือแหลมฉบัง ยังไม่มีท่าเทียบเรือชายฝั่ง ที่เปิดให้บริการเป็นการเฉพา ดังนั้น การเปิดให้บริการท่าเทียบเรือชายฝั่ง ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จะช่วยให้ผู้ประกอบการเรือชายฝั่งได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น ช่วยลด Waiting Time ของเรือ นอกจากนั้น การขนส่งโดยเรือชายฝั่งเป็นการขนส่งที่ประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ที่สามารถลดการใช้พลังงาน ลดปัญหาการจราจร และลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ 

นอกจากนี้ ดร.อธิรัฐ ยังเผยถึงนโยบายในการเฝ้าระวังไวรัสโควิด-19 ว่า ทางกระทรวงคมนาคม ได้ให้ความสำคัญในการเฝ้าระวังเรือสินค้าที่จะเข้าเทียบท่ามากยิ่งขึ้น และได้เพิ่มจำนวนประเทศกลุ่มเสี่ยงทึ่จะไม่ให้เรือเข้าเทียบท่าจาก 4 ประเทศ เป็น 18 ประเทศ และกำหนดให้เรือที่จะเข้าเทียบท่าขนถ่ายสินค้ามายังท่าเรือแหลมฉบังจะต้องมีแพทย์ประจำเรือ รวมทั้งส่งรายชื่อลูกเรือ และผลการตรวจร่างกายล่วงหน้าก่อนอย่างน้อยก่อนเรือเข้าเทียบท่าเป็นเวลา 24 ชม. และวันนี้ จะได้เดินทางไปตรวจสอบมาตรการในท่าเทียบเรือท่องเที่ยว ท่าเรือแหลมฉบัง อีกด้วย