สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรค์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรคฺ์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***ประชาสัมพันธ์ข่าวสารส่งมาได้ที่ kk.udomsuk@gmail.com

ทลฉ. จัดสัมมนา ถอดบทเรียนเหตุเพลิงไหม้บนเรือสินค้า KMTC HONGKONG


ท่าเรือแหลมฉบัง จัดสัมมนาถอดบทเรียนเหตุระเบิดและเกิดเพลิงไหม้บนเรือสินค้า KMTC HONGKONG ท่าเทียบเรือ A2 ท่าเรือแหลมฉบัง ชี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ส่งผลให้การดำเนินการไม่เป็นระบบ
จากกรณีเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ตู้สินค้าบนเรือบรรทุกสินค้า KMTC HONGKONG ที่ท่าเทียบเรือ A2 ณ ท่าเรือแหลมฉบัง เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2562 ที่ผ่านมา โดยนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตำแหน่งในขณะนั้น ได้เดินทางมาที่ท่าเรือแหลมฉบังเพื่อติดตามผลความคืบหน้าเหตุการณ์ฯ และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการหาสาเหตุรวมทั้งศึกษาถอดบทเรียนของเหตุการณ์ดังกล่าว
ล่าสุดระหว่างวันที่ 5-6 ส.ค. นี้ ท่าเรือแหลมฉบังได้จัดสัมมนาถอดบทเรียน เหตุระเบิดบนเรือสินค้า KMTC  HONGKONG ณ ท่าเรือแหลมฉบัง โดยมีตัวแทนจากเทศบาลนครแหลมฉบัง ผู้ประกอบการท่าเรือต่างๆ ในท่าเรือแหลมฉบัง ผู้บริหารท่าเรือแหลมฉบัง โรงพยาบาลแหลมฉบัง โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณจังหวัดชลบุรี เข้าร่วม ณ ห้องประชุมศูนย์สวัสดิการท่าเรือแหลมฉบัง
นายพูนสิทธิ์ อ่ำพันธุ์ ตัวแทนสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ พบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ที่กำหนดบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ที่เกิดเหตุการณ์ไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นจึงทำให้เหตุการณ์ดังกล่าวมีปัญหาและอุปสรรคและไม่เรียบร้อยเท่าที่ควร
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณท่าเทียบเรือ A2 ในท่าเรือแหลมฉบัง แต่ทั้งสองหน่วยงานระงับเหตุการณ์ไม่ได้และปัญหาส่งผลกระทบสู่ประชาชนภายนอก ดังนั้นท้องถิ่นในพื้นที่ คือ เทศบาลนครแหลมฉบัง ซึ่งตาม พ.ร.บ. ปี พ.ศ.2550 นั้น นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง จะต้องเป็นผู้อำนวยการในการสั่งกับหน่วยงานต่างๆ ได้ทันที โดยหน่วยงานนั้นๆ เป็นผู้สนับสนุนข้อมูลต่างๆ แต่ถ้าเหตุการณ์รุนแรงเพิ่มขึ้นและต้องประสานหน่วยงานข้างเคียง ซึ่งจะต้องยกระดับให้นายอำเภอศรีราชาเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ดังกล่าวทันที โดยมีหน่วยงานต่างๆ ให้การสนับสนุนเพื่อวางแผนแก้ไขหากเหตุการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นก็ต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้ดำเนินการสั่งการต่อไป เพื่อให้การดำเนินงานแก้ไขได้เป็นระบบ
นายพูนสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุการณ์เหตุเพลิงไหม้บนเรือสินค้า KMTC HONGKONG ในครั้งนี้ไม่เป็นไปตามแผนงาน ทำให้การสั่งงานเกิดความสับสนเพราะไม่มีศูนย์กลาง ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้น จะต้องยึดตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ที่มีกฎหมายรองรับอย่างถูกต้อง การดำเนินการแก้ไขสถานการณ์จะง่ายขึ้นและเป็นไปตามระบบ
ด้านนายวีระชาติ พุทธรักษา ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการท่าเรือแหลมฉบัง เผยว่า จากการจัดสัมมนาถอดบนเรียนดังกล่าว ทำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงจุดบกพร่องและปัญหาต่างๆ ในการปฏิบัติงาน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากที่ได้มาเปิดใจคุยกัน ซึ่งทางท่าเรือแหลมฉบังจะนำผลที่ได้จากการถอดบทเรียนในครั้งไปใช้จริงในการประชุมเชิงปฏิบัติการการฝึกซ้อมแผนรักษาความปลอดภัย ครั้งที่ 2 ประจำปี 2562 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13- 17 ส.ค.นี้
โดยการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ นี้ ท่าเรือแหลมฉบังได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกาในการส่งผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ และได้มีการดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 15 ปี โดยมีผู้บริหาร พนักงานท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมด้วยผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เข้าร่วมการฝึกอบรม