สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรค์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรคฺ์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***ประชาสัมพันธ์ข่าวสารส่งมาได้ที่ kk.udomsuk@gmail.com

อาจารย์ ม.บูรพา ใช้เทคนิคพิเศษโชว์ความงามจิตรกรรมฝาผนัง วัดใหญ่อินทาราม


ประธานสาขาวิชานิเทศศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.บูรพา นำนวัตกรรมอุปรกรณ์การถ่ายภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งจดสิทธิบัตรเป็นที่แรกของไทย เผยแพร่ความงาม เนื้องหาเรื่องราวและรูปแบบทางทัศนศิลป์ภาพจิตรกรรมฝาผนัง วัดใหญ่อินทาราม จ.ชลบุรี

ผศ.ดร.ชัยยศ วนิชวัฒนานุวัติ ประธานสาขาวิชานิเทศศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้ออกมาเปิดเผยถึงการจัดทำโครงการวิจัยจิตรกรรมฝาผนัง วัดใหญ่อินทาราม จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นวัดที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และเป็นวัดที่มีจิตรกรรมฝาผนังที่มีความสมบูรณ์วัดหนึ่งของประเทศไทย ด้วยการใช้นวัตกรรมการถ่ายภาพและเทคนิควิธีการถ่ายและการผสมภาพ เพื่อถ่ายทอดภาพจิตรกรรมฝาผนังซึ่งมีมุมมองที่สมบูรณ์และไม่มีสิ่งบดบัง ที่สำคัญยังเป็นภาพที่สามารถมองเห็นได้ในระดับสายตาปกติ ทั้งที่ผนังมีความสูงถึง 7 เมตรครึ่งว่า เพื่อเป็นการเผยแพร่คุณค่าความงามทางศิลปะและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ให้เยาวชนและบุคคลทั่วไปได้เห็นคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ที่นับวันจะอันตรธานหายไปด้วยการถูกทำลายโดยสภาพอากาศที่มีความชื่น 

และผลกระทบจากเหตุไฟไหม้พรมภายในพระอุโบสถ ของวัดฯ จนทำให้ความร้อนและควันส่งผลกระทบต่อสีและความชัดเจนของภาพเขียนภายในพระอุโบสถ ที่ขณะนี้กรมศิลปากร ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการซ่อมแซม 

“โครงการวิจัยในครั้งนี้ ได้ใช้ทักษะและประสบการณ์จากการสอนเทคนิคการถ่ายภาพให้กับนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา มานานหลายปี โดย หาวิธีการในการถ่ายทอดมุมมองภาพที่สมบูรณ์ของภาพจิตรกรรมฝาผนัง ด้วยถ่ายภาพผนังด้านหลังองค์พระประธาน ที่ได้นำนวัตกรรมอุปรกรณ์การถ่ายภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่เราได้ยื่นจดสิทธิบัตรไว้แล้ว โดยใช้เทคนิคการถ่ายที่ละภาพ ที่ละส่วน ซึ่งภาพด้านหลังองค์พระประธาน ใช้เทคนิคการถ่ายมากกว่า 500  ภาพ ก่อนนำมาผสมภาพโดยใช้สัดส่วน ตำแหน่งและสีของภาพ เป็นพื้นสีเดียวกันหมด” 

ทั้งนี้ภาพที่ใช้เทคนิคการถ่ายภาพแบบพิเศษ ทำให้สามารถมองเห็นภาพจิตรกรรมฝาผนังด้านหลังองค์พระประธาน ที่ไม่มีโคมไฟ เสา คาน พระพุทธรูป หรือสิ่งแวดล้อมภายในพระอุโบสถบดบัง จึงทำให้ผู้ที่ได้ชมสามารถเห็นความสวยงามของภาพจิตรกรรมฝาผนังทั้ง 4 ด้านภายในพระอุโบสถ วัดใหญ่อินทาราม (พระอารามหลวง) ได้ทั้ง 100% และยังสามารถดึงภาพที่อยู่ไกลตาให้ได้เห็นชัดขึ้นโดยที่ความสวยงาม และสีไม่เพี้ยนไปจากเดิม 

สำหรับภาพจิตกรรมฝาผนังทั้ง 4 ด้านภายในพระอุโบสถ วัดใหญ่อินทาราม (พระอารามหลวง)  เป็นภาพไตรภูมิ ที่มีการบอกเล่าถึงเรื่องราวเกี่ยวกับสรรค์และนรก ว่าคนทำดีก็จะได้เกิดในที่ที่ความสุข ส่วนคนทำชั่วก็จะไปเกิดในนรก โดยที่ภาพด้านหน้าองค์พระประธาน เป็นภาพ ที่บอกเล่าเกี่ยวกับพุทธประวัติที่พระพุทธเจ้า ทรงบำเพ็ญเพียรเพื่อตรัสรู้ โดยภาพด้านบน เป็นภาพพระพุทธเจ้าที่เป็นมหาบุรุษซึ่งทรงตั้งมั่นในสมาธิ แต่ก็มีพญามารขี่ช้างถือหอก ธนูและดาบ รวมทั้งเหล่ามารเข้ามาผจญ  แต่ด้วยจิตใจที่ตั้งจิตมั่นจึงทำให้เหล่าพญามารผจรพ่ายแพ้ไป 

“จุดประสงค์สำคัญที่เราทำโครงการนี้เพราะเห็นว่า จิตรกรรมฝาผนังส่วนใหญ่มักจะอยู่ในโบสถ์และวิหาร ขณะที่เยาวชนปัจจุบันติดการเสพเทคโนยีและวัฒนธรรมต่างชาติ  จึงอยากจะดึงเยาวชนรุ่นหลังให้หันมาเสพงานที่คนรุ่นเก่าได้สร้างไว้ ซึ่งจิตรกรรมฝาผนังส่วนใหญ่สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา และจิตรกรรมฝาผนัง นอกจากจะมีคุณค่าทางความงามแล้ว ยังสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ที่เยาวชนควรจะได้เรียนรู้ เราจึงมีความคิดว่าจะนำภาพเหล่านี้ออกมาสู่ภายนอก เพื่อให้เยาวชนรุ่นหลังและประชาชนได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมที่มีคุณค่าและมีความงาม ด้วยการตีพิมพ์ภาพถ่ายทั้งหมดลงในหนังสือชื่อ นวัตกรรมการถ่ายภาพจิตรกรรมฝาผนังฯ ที่จัดทำให้กับวัดใหญ่อินทาราม และก่อนหน้านี้ก็เคยจัดแสดงเป็นนิทรรศการไปแล้ว และเตรียมที่จะจัดอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้” 

โดยภายในหนังสือจะบอกเล่าเรื่องราวและเนื้อหาที่มีอยู่ในจิตรกรรมฝาผนัง และเทคนิควิธีในการเขียนภาพ รวมทั้งร่องรอยการผสมผสานตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย และการซ่อมแซมภาพที่มีเรื่อยมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1-4 ซึ่งนอกจะจะทำให้ได้เห็นถึงความสวยงามของจิตกรรมฝาผนังทั้ง 4 ด่าน และเรื่องราวเนื้อหาของภาพนั้นๆ ว่าพูดถึงเรื่องอะไร ซึ่งจะทำให้คนที่ไม่มีความรู้ในเรื่องพุทธศาสนาและพุทธประวัติ สามารถตีความหมายของภาพแต่ละผนังภาพได้มากขึ้น 

“ในอนาคตเราวางแผนการเผยแพร่ผลงานภาพจิตกรรมฝาผนังที่มีมุมมองภาพที่สมบูรณ์สู่สาธารณชนอย่างทั่วถึงด้วยการจัดทำบาร์โค้ด และเพื่อให้ประชาชนได้เห็นคุณค่าและความสำคัญของภาพจิตรกรรมฝาผนังทั้งที่วัดใหญ่อินทาราม จ.ชลบุรี และวัดเกาะแก้วสุทาราม จ.เพชรบุรี  ที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเช่นกัน ซึ่งเราได้ทำภาพถ่ายในลักษณะเดียวกันเพื่อเผยแพร่ความรู้ให้กับคนทั่วไป โดยเฉพาะที่วัดเกาะแก้วสุทาราม ซึ่งมีจุดเด่นที่การบอกเล่าเรื่องราวสถานที่หลังพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว 7 แห่ง โดยได้ถ่ายทอดมุมมองของภาพที่สมบูรณ์ทั้ง 4 ด้านเช่นเดียวกับที่วัดใหญ่อินทารามเช่นกัน และยังทำเป็นรูปแบบของหนังสือที่มีคำอธิบายแต่ละผนังภาพเช่นเดียวกัน” 

ผศ.ดร.ชัยยศ ยังกล่าวอีกว่า จากนี้ไปยังมีแนวคิดที่จะนำศิลปวัฒนธรรมที่เป็นภูมิวัฒนธรรม ออกมานำเสนอให้บุคคลทั่วไปได้รับรู้ ด้วยการนำเทคโนโลยีขับเคลื่อนในรูปแบบสื่อสมัยใหม่ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี