สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรค์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรคฺ์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***ประชาสัมพันธ์ข่าวสารส่งมาได้ที่ kk.udomsuk@gmail.com

ภาคเอกชนขับเคลื่อน EEC ใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก เดินหน้าพื้นที่สู่ World-Class Economic Zone



ภาคเอกชนขับเคลื่อน EEC ใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก เดินหน้าพื้นที่สู่ World-Class Economic Zone ตามยุทธศาสตร์ "ไทยแลนด์ 4.0" ด้าน "ออริจิ้น" จัดหนัก รุกทุนอสังหาฯ ครบวงจร คอนโดมิเนียม-โรงแรม-คอมมูนิตี้มอลล์ รวมมูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท หวังสนับสนุนรัฐกระตุ้นการลงทุนไทย-ต่างชาติ คาด อ.ศรีราชา ทำเลทอง ขึ้นแท่น "โอซากาเมืองไทย" หลังเกิด "ดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์" เผยพร้อมบุกตลาด EEC ต่อเนื่อง
วันนี้ (3 พ.ย.60) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ เดินทางมายังโครงการ “ไนท์บริดจ์ ดิ โอเชี่ยน ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อมาดูการรองรับความเจริญเติบโตในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โดยมีนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนายนิติ วิวัฒน์วานิช นายอำเภอศรีราชา ให้การต้อนรับ
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์ "ไทยแลนด์ 4.0" โดยรัฐจะเดินหน้าลงทุน 5 ปีแรกกว่า 1.5 ล้านล้านบาท เพื่อยกระดับพื้นที่ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ให้กลายเป็น "World-Class Economic Zone" อย่างไรก็ดี การจะดำเนินนโยบายให้ประสบผลสำเร็จสูงสุดได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในพื้นที่ด้วย
ขณะนี้ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่โครงการ EEC ของรัฐบาลในวันนี้ ไม่ได้มีเพียงรัฐบาลที่เดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อดึงดูดนักลงทุน แต่ยังมีภาคเอกชนเข้ามาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ จนทำให้เกิดเมือง เกิดสังคม หรือคอมมูนิตี้ ขึ้นมารองรับการลงทุนคู่ขนานกันไปด้วย ต้องขอขอบคุณบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ที่ถือเป็นบริษัทต้นแบบ เข้ามาช่วยสนับสนุนการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ EEC อย่างจริงจังและเป็นรายแรกๆที่เข้ามาลงทุนด้วยงบลงทุนจำนวนมหาศาล
นายสนธิรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ คาดหวังว่ากลไกความร่วมมือทุกมิติระหว่างภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ EEC จะเป็นส่วนช่วยกระตุ้นการตัดสินใจนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนได้ง่ายขึ้น ทำให้ EEC กลายเป็น "เมืองยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ" เติบโตไปจนสร้างรายได้ สร้างการเจริญเติบโตให้แก่ประเทศได้ตามเป้าหมาย และช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็น "ไทยแลนด์ 4.0" ต่อไป
สำหรับการลงทุนใน EEC คาดว่าระยะยาว จะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเฉลี่ยราว 5% ต่อปี สร้างการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมและบริการ 100,000 อัตราต่อปี สร้างฐานภาษีใหม่ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 10 ล้านคนต่อปี และสร้างฐานรายได้เพิ่มไม่น้อยกว่า 4.5 แสนล้านต่อปี
ด้านนายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทในฐานะภาคเอกชนที่ดำเนินธุรกิจด้าน อสังหาริมทรัพย์ มองว่าโครงสร้างดังกล่าวจะช่วยยกระดับพื้นที่ในเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกให้กลายเป็น "World-Class Economic Zone" ได้ตามเป้าหมายอย่างแน่นอน บริษัทจึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการพัฒนาภูมิภาคนี้ กระตุ้นการตัดสินใจเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติผ่านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบต่างๆ ในพื้นที่ EEC รวมมูลค่าโครงการกว่า 12,130 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการในศรีราชา จ.ชลบุรี มูลค่า 10,130 ล้านบาท และใน จ.ระยอง ประมาณ 2,300 ล้านบาท
สำหรับโครงการในศรีราชา บริษัทได้เริ่มพัฒนาโครงการไปแล้ว 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการมิกซ์ยูส ภายใต้ชื่อ "ออริจิ้น ดิสทริค แหลมฉบัง-ศรีราชา" มูลค่าโครงการประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย คอนโดมิเนียมเคนชิงตัน แหลมฉบัง 1, เคนชิงตัน แหลมฉบัง 2, นอตติ้งฮิลล์ แหลมฉบัง, โรงแรมฮอลิเดย์ อิน แอนด์ สวีทและ คอมมูนิตี้มอลล์ "พอร์โทเบลโล มอลล์" โดยโครงการคอนโดมิเนียม เคนชิงตัน แหลมฉบัง 1 ก่อสร้างแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างทยอยโอนกรรมสิทธิ์ ขณะที่เคนชิงตัน แหลมฉบัง 2 และนอตติ้ง ฮิลล์ แหลมฉบัง อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง
โดยโครงการคอนโดมิเนียม "ไนท์บริดจ์ ดิ โอเชี่ยน ศรีราชา" (KnightsBridge The Ocean Sriracha) แห่งนี้ มีมูลค่าการก่อสร้าง 2,500 ล้านบาท เป็นโครงการที่ได้รับรางวัล Best Luxury Condo Development (Eastern Seaboard) จากงาน Thailand Property Awards 2017 ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ มียอดขายแล้วกว่า 70% โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนกรุงเทพฯ ที่ซื้อไว้เพื่อลงทุนปล่อยเช่า เนื่องจากตลาดเช่าของศรีราชามีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้เช่าชาวญี่ปุ่นที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรม เพราะศรีราชาไม่ไกลจากนิคมอุตสาหกรรม ทำให้การเดินทางสะดวก ส่งผลให้ศรีราชาเป็นตลาดเช่าที่สำคัญ
นายพีระพงศ์ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบัน ศรีราชาถือเป็นทำเลที่โดดเด่นที่สุดในพื้นที่ภาคตะวันออก มีท่าเรือแหลมฉบังเป็นเมืองท่าลำดับที่ 22 ของโลกเชื่อมโยงการขนส่งไทยเข้ากับประเทศต่างๆ มีการลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่นเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนถูกขนานนามว่าเป็นลิตเติ้ลโอซาก้า ในอนาคต หลังภาครัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโครงการดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ ในศรีราชา ตามโครงการ EEC มีสัญญาณที่ดีว่าจะมีนักลงทุนชาวญี่ปุ่นเข้ามาเพิ่มขึ้น ศรีราชาจะไม่ใช่แค่ลิตเติ้ลโอซาก้า แต่จะกลายเป็นโอซาก้าเมืองไทยในเร็วๆ นี้
สำหรับโครงการที่จังหวัดระยอง บริษัทยังมีแผนจะพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในปี 2561 และเพื่อความต่อเนื่องในการพัฒนาโครงการในเขตพื้นที่ EEC บริษัทยังมองหาที่ดินแปลงอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อพัฒนาโครงการในอนาคต ตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนและส่งเสริมการดำเนินนโยบายของภาครัฐ