สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรค์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรคฺ์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***ประชาสัมพันธ์ข่าวสารส่งมาได้ที่ kk.udomsuk@gmail.com

โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ ศรีราชา ร่วมกับ ชมรมนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง มอบหนังสือให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา


โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ ศรีราชา ร่วมกับ ชมรมนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง มอบหนังสือให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เพื่อนำไปให้ผู้ป่วยและญาติได้อ่านคลายทุกข์ 

วันนี้ (8 มี.ค.61) ที่บริเวณหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี (ตึกพระพันวัสสา) โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ดร.ทวีศักดิ์ บรรลือสินธุ์ ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนและควบคุมธุรกิจ โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ ศรีราชา พร้อม คุณอานิก อัมระนันทน์ ประธานชมรมนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง ได้ร่วมมอบกระเป๋าพร้อมหนังสือ “ความรู้คือประทีป” และ “หนังสือชีวิตที่ดีที่สุด” จำนวน 150 ชุด เพื่อให้ทางโรงพยาบาลนำไปให้แก่ผู้ป่วยที่เข้ามารักษาและญาติผู้ป่วยที่มาเฝ้าได้อ่านคลายทุกข์และผ่อนคลายไม่ต้องคิดมากกับการเข้ามารักษา โดยมีนายแพทย์สมยศ โล่ห์จินดาพงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จฯ ร่วมรับมอบหนังสือในครั้งนี้ เพื่อนำไปให้ผู้ป่วยได้อ่าน 

คุณอานิก อัมระนันทน์ ประธานชมรมนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง เผยว่า ทางชมรมนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง ได้ตีพิมพ์หนังสือ “ชีวิตที่ดีที่สุด นี้ขึ้นมาจากธรรมเทศนาของพระอาจารย์ ชยสาโรภิกขุ ในงานเทศนาปฏิบัติธรรมที่ชมรมนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง ทางชมรมจึงรวบรวมแล้วจัดตีพิมพ์ขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2559 ที่ผ่านมา โดยหนังสือนี้จะมีข้อธรรมที่จะช่วยในการดำเนินชีวิตให้มีความสุขได้ ไม่ว่าจะอยู่สถานการณ์ใด 
หนังสือนี้จึงจะเป็นประโยชน์มากสำหรับคนทั่วไป รวมถึงผู้ป่วยและญาติที่มาดูแล ที่จะเป็นเสมือนเครื่องมือที่จะช่วยให้ผ่อนคลายจากความทุกข์ที่เผชิญอยู่ อีกทั้ง สามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีจิตใจเข้มแข็งขึ้นและจะช่วยให้ผู้ป่วยมีกำลังใจสู้ให้ร่างกายกลับมาต่อสู้กับโรคร้ายได้อีกทาง 

ดร.ทวีศักดิ์ บรรลือสินธุ์ ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนและควบคุมธุรกิจ โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ ศรีราชา กล่าวว่า  เรามีนักเรียนทุนเล่าเรียนอยู่หลายคนสาขาอาชีพในแต่ละจังหวัด โดยแต่ละคนก็จะไปดูว่า มีโรงพยาบาล สถานศึกษาไหนใกล้เคียงบ้างเพื่อจะนำหนังสือนี้ไปแจกจ่ายยังสถานที่เหล่านั้น เพื่อให้ทุกคน เช่น บุคลากร แพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ รวมถึงญาติผู้ป่วยและคนไข้ ได้มีหนังสือนี้อ่าน เพื่อเป็นอีกทางที่จะช่วยให้จิตใจได้คลายทุกข์และมีความสุขมากขึ้น เพราะคิดว่าหนังสือนี้จะมีประโยชน์เป็นอย่างมากแก่พี่น้องคนไทยที่ได้อ่านกันแล้วมีกำลังใจสู้พร้อมที่แบ่งปันต่อๆ กันไป