สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรค์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***สวัสดีครับ...พบกับ www.ศรีราชาโพสต์.com โฉมใหม่!! "สร้างสรรคฺ์ ดูแลกัน ทันเหตุการณ์" ***ประชาสัมพันธ์ข่าวสารส่งมาได้ที่ kk.udomsuk@gmail.com

ท่าเรือแหลมฉบังต่อสัญญา B5 อีก 5 ปี เดินหน้าควบรวมท่าเทียบเรือชุดบี ยกระดับขนส่งทางน้ำ


วันนี้ (20 เม.ย. 2569) ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เป็นผู้แทนลงนามสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาลงทุนท่าเทียบเรือตู้สินค้า B5 ท่าเรือแหลมฉบัง ร่วมกับบริษัท แหลมฉบัง อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด โดยมี นายอรรณพ พรประภา กรรมการบริษัทฯ และผู้บริหารทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม ณ ห้องแตรทอง 3 ศูนย์สวัสดิการท่าเรือแหลมฉบัง


ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้เป็นการขยายระยะเวลาสัญญาอีก 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 เมษายน 2574 ภายใต้กรอบพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 เพื่อให้การให้บริการท่าเรือหลักของประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐและเอกชน พร้อมเตรียมความพร้อมรองรับโครงการควบรวมท่าเทียบเรือชุดบี (B1–B5) ในอนาคต ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการขนส่งทางน้ำ และยกระดับประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ของประเทศ

ภายใต้สัญญาฉบับใหม่ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และการบำรุงรักษาทรัพย์สินให้พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยการท่าเรือฯ เชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันท่าเรือแหลมฉบัง ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ

ด้านนายอรรณพ พรประภา กรรมการบริษัท แหลมฉบัง อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด กล่าวว่า บริษัทขอขอบคุณการท่าเรือฯ  และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินงานมาโดยตลอด โดยการขยายสัญญาครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสานต่อความร่วมมือ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการท่าเทียบเรือตู้สินค้า B5 รองรับการเติบโตของภาคการขนส่งทางน้ำ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

“บริษัทมุ่งมั่นดำเนินงานตามมาตรฐานสากล ควบคู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ การนำเทคโนโลยีมาใช้ และการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบโลจิสติกส์ของประเทศ และการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังในระยะยาว” นายอรรณพกล่าว








paitoon Banner2 ท่าเรือLCB ไทยออยล์ ปตท. แปซิฟิค